วิธีรักษาโรคหัวใจด้วยบายพาสกับบอลลูน สำหรับหลอดเลือดหัวใจตีบ

ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ

บทความโดย : นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล

แพทย์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหัวใจมีกี่ประเภทและแนะนำวิธีรักษาโรคหัวใจที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล

การทราบว่าโรคหัวใจมีกี่ประเภทช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงวิธีรักษาโรคหัวใจที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบที่แพทย์มักพิจารณาเลือกหัตถการระหว่างการทำบายพาสหัวใจกับบอลลูนตามความซับซ้อนของรอยโรคในแต่ละบุคคล การรักษาด้วยบอลลูนจะเน้นการถ่างขยายหลอดเลือดซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยปวดน้อยและใช้ระยะเวลาพักฟื้นสั้น ส่วนการทำบายพาสจะมุ่งเน้นการผ่าตัดสร้างทางเบี่ยงเพื่อแก้ปัญหาในผู้ที่มีเส้นเลือดอุดตันหลายตำแหน่งหรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ซับซ้อน การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยว่าเส้นเลือดหัวใจตีบรักษายังไงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์การรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายเฉพาะราย

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เมื่อเกิดภาวะนี้การเลือกวิธีรักษาโรคหัวใจอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการพิจารณาทำบายพาสหัวใจกับบอลลูน ซึ่งเหมาะกับลักษณะอาการที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจในหลักการทางการแพทย์เหล่านี้ รวมถึงเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงจะช่วยให้ผู้ป่วยและญาติมีข้อมูลประกอบการพิจารณาที่ถูกต้องและพร้อมสำหรับการเตรียมตัวรับการรักษาอย่างเหมาะสม


ไขข้อสงสัยโรคหัวใจมีกี่ประเภท

ในทางการแพทย์สามารถแบ่งกลุ่มโรคหัวใจออกเป็น 4 กลุ่มหลักตามลักษณะความผิดปกติทางกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของหัวใจ ได้แก่

  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ: กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงหรือหนาตัวผิดปกติ ทำให้สูบฉีดเลือดได้ลดลง ผู้ป่วยมักเหนื่อยง่ายและเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคลิ้นหัวใจ: เกิดจากลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
  • โรคไฟฟ้าหัวใจ: ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้มีอาการใจสั่น หน้ามืด หรือหมดสติ
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ: เกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันจากคราบไขมันสะสม ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ต้องประเมินวิธีรักษาโรคหัวใจด้วยการทำบอลลูนหรือบายพาส เพื่อเปิดทางเดินเลือดให้กลับไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติ

> กลับสารบัญ


สัญญาณเตือนหลอดเลือดหัวใจตีบ อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์

ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบมักสะสมตามอายุและพฤติกรรม หากมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินวิธีรักษาโรคหัวใจ

  • เจ็บแน่นหน้าอก: รู้สึกเหมือนมีของทับ รัดแน่นกลางอก อาจร้าวไปแขนซ้ายหรือกราม มักเป็นขณะออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ: หอบเหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่ม แม้ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามปกติ
  • อาการร่วมอื่น ๆ: หน้ามืด วิงเวียน เหงื่อออกตัวเย็น ใจสั่น หรือหมดสติ

> กลับสารบัญ


กลุ่มไหนเหมาะกับวิธีไหน และการทําบอลลูนหัวใจกับบายพาสต่างกันยังไง ?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดจะประเมินวิธีรักษาโรคหัวใจที่เหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาจากความรุนแรงของโรค ลักษณะหลอดเลือด และสภาพร่างกายของผู้ป่วยในแต่ละราย เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม สามารถดูสรุปความแตกต่างระหว่างการทำบายพาสหัวใจกับบอลลูนให้เข้าใจง่ายและกระชับได้จากตารางนี้

วิธีการรักษา รายละเอียดการรักษา ลักษณะอาการและกลุ่มที่เหมาะสม
การทำบอลลูนหัวใจ สอดสายสวนทางข้อมือหรือขาหนีบ เพื่อถ่างขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ - หลอดเลือดตีบ 1-2 เส้น
- จุดตีบไม่ซับซ้อน ไม่ยาวเกินไป
- ไม่มีหินปูนเกาะหนาแน่น
- ร่างกายไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดใหญ่
- ผู้ที่ต้องการใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย
การทำบายพาสหัวใจ ผ่าตัดนำเส้นเลือดส่วนอื่น เช่น ขา, หน้าอก หรือแขนมาทำทางเบี่ยง สร้างทางเดินเลือดใหม่ข้ามจุดที่อุดตันพักฟื้นน้อย - หลอดเลือดตีบ 3 เส้นขึ้นไป
- ตีบที่เส้นเลือดใหญ่ขั้วหัวใจ
- รอยโรคซับซ้อน มีหินปูนเกาะหนา
- มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ให้ผลลัพธ์ระยะยาวที่มีประสิทธิภาพกว่า

> กลับสารบัญ


เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียบายพาสหัวใจ vs บอลลูนหัวใจ

ข้อมูลในตารางด้านล่างนี้ เป็นการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของวิธีรักษาโรคหัวใจเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของทั้งสองวิธี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยและญาติมีข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณาแนวทางการรักษาร่วมกับแพทย์

หัวข้อ การทำบอลลูนหัวใจ การทำบายพาสหัวใจ
วิธีการ สอดสายสวนทางข้อมือหรือขาหนีบ ไม่ต้องผ่าตัด ผ่าตัดเปิดหน้าอก นำเส้นเลือดส่วนอื่นมาทำทางเบี่ยง
ระยะพักฟื้น พักฟื้นไว นอนโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน พักฟื้นนานกว่า นอนโรงพยาบาล 5-7 วัน
ข้อดี แผลเล็ก เจ็บน้อย กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว เหมาะกับรอยโรคตีบซับซ้อนหลายเส้น ลดโอกาสตีบซ้ำได้ดี
ข้อเสีย อาจตีบซ้ำบริเวณขดลวด หากไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เป็นการผ่าตัดใหญ่ ร่างกายต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

เกณฑ์การเลือกบายพาสหรือบอลลูนหัวใจ แพทย์พิจารณาจากอะไร ?

แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเป็นผู้ประเมินเกณฑ์การเลือกและวิธีรักษาเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • ลักษณะหลอดเลือด: จำนวนเส้นที่ตีบ ตำแหน่ง เช่น ตีบที่ขั้วหัวใจ และความซับซ้อนของรอยโรค
  • สภาพผนังหลอดเลือด: ความหนาและปริมาณหินปูนที่เกาะ หากผนังหลอดเลือดแข็งมาก การทำบอลลูนจะทำได้ยากและมีความเสี่ยง
  • ความพร้อมของผู้ป่วย: อายุ ความแข็งแรงของร่างกาย การทำงานของอวัยวะอื่น และความพร้อมรับการผ่าตัด
  • โรคร่วม: เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีหลอดเลือดตีบหลายเส้น มักได้ประโยชน์ในระยะยาวจากการทำบายพาสมากกว่า

การผ่าตัดบายพาสหัวใจเพื่อสร้างทางเดินเลือดใหม่ข้ามจุดที่อุดตันในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบ การผ่าตัดบายพาสหัวใจเพื่อสร้างทางเดินเลือดใหม่ข้ามจุดที่อุดตันในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบ

> กลับสารบัญ


การดูแลตัวเองหลังทำบายพาสหรือบอลลูนเพื่อลดโอกาสตีบซ้ำ

ไม่ว่าจะใช้วิธีรักษาโรคหัวใจรูปแบบใด การดูแลสุขภาพหลังทำหัตถการเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นใหม่

  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องและตรงเวลา ห้ามหยุดหรือลดขนาดยาเองเด็ดขาด
  • เลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด หรือเค็มจัด เน้นรับประทานผัก ผลไม้ ปลา และธัญพืชขัดสีน้อย
  • งดสูบบุหรี่เด็ดขาด ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อฟื้นฟูหัวใจ

> กลับสารบัญ


วิธีรักษาโรคหัวใจ รับมือภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างตรงจุด

โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นภัยเงียบที่อันตราย แต่สามารถรับมือได้หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้การพิจารณาว่าเส้นเลือดหัวใจตีบควรรักษายังไงนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินอย่างละเอียด รอบคอบ จากทีมแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์สภาวะร่างกายของผู้ป่วยมากที่สุด หากคุณหรือคนในครอบครัวมีความเสี่ยง มีอาการน่าสงสัยเกี่ยวกับภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือต้องการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถนัดหมายหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลนครธน ชั้น 1

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรักษาโรคหัวใจ (FAQs)

  • Q: ทําบอลลูนหัวใจกับบายพาสต่างกันยังไง ?

    A: การทำบอลลูนเป็นการรักษาผ่านการสอดสายสวนเพื่อถ่างขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวดค้ำยันโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก เหมาะกับผู้ที่มีหลอดเลือดตีบ 1-2 เส้น ในขณะที่การทำบายพาสหัวใจเป็นการผ่าตัดนำเส้นเลือดจากส่วนอื่นของร่างกายมาสร้างทางเดินเลือดใหม่ข้ามจุดที่อุดตัน ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 3 เส้นขึ้นไป มีรอยโรคซับซ้อน หรือมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เพื่อให้การไหลเวียนเลือดกลับมามีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม

  • Q: ทำบายพาสหัวใจกับบอลลูนแล้วโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะหายขาดเลยหรือไม่ ?

    A: การทำบอลลูนหรือบายพาสเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ เพื่อเปิดทางเดินเลือดให้กลับมาไหลเวียนได้ตามปกติ แต่ผู้ป่วยสามารถเลี่ยงไม่ให้เกิดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หากควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควบคุมอาหาร และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  • Q: ทำบอลลูนหัวใจใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน สามารถกลับไปทำงานได้เมื่อไร ?

    A: การทำบอลลูนเป็นการทำหัตถการที่มีแผลขนาดเล็กมากบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ โดยปกติจะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานเบา ๆ ได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

  • Q: หากเคยรักษาด้วยการทำบอลลูนมาแล้ว แต่หลอดเลือดกลับมาตีบซ้ำสามารถเปลี่ยนไปทำบายพาสได้หรือไม่ ?

    A: สามารถทำได้ หากผู้ป่วยเคยทำบอลลูนมาแล้วแต่เวลาผ่านไปมีหลอดเลือดตีบซ้ำในตำแหน่งที่มีความซับซ้อน หรือมีเส้นเลือดหัวใจเส้นอื่นตีบเพิ่มขึ้นหลายเส้นจนไม่เหมาะกับการทำบอลลูนซ้ำ ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดจะทำการประเมินสภาพร่างกายโดยละเอียด หากพบว่าการผ่าตัดทำบายพาสแล้วผู้ป่วยจะได้ประโยชน์มากกว่า ก็จะแนะนำวิธีการดังกล่าวเพื่อผลการรักษาที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสมกับตัวผู้ป่วยในระยะยาว

ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย